เกรียงไกร เปิดเวทีถอดบทเรียน 22 ปีไฟใต้ ชี้เป็นบทเรียนราคาแพง ดัน “พื้นที่ปลอดภัย-พูดคุยสันติวิธี” สู่สันติสุขยั่งยืน

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาวิชาการ “22 ปี จชต. : ถอดบทเรียนความมั่นคง สู่พื้นที่ปลอดภัยและสันติสุขที่ยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมกับ  วิทยาเขตปัตตานี และ  เพื่อทบทวนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายในการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนที่ห้องประชาธิปก

ภายในงานมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา อาทิ  ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จากสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง ที่ปรึกษาพิเศษฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด  และนายก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวไทยพีบีเอส

ทั้งนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งครอบคลุมจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และบางส่วนของจังหวัดสงขลา ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนธันวาคม 2568 ระบุว่า มีเหตุการณ์ด้านความมั่นคงเกิดขึ้นแล้วกว่า 10,116 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตรวม 5,999 ราย แบ่งเป็นพลเรือน 3,661 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐ 2,338 ราย มีผู้บาดเจ็บ 13,519 ราย และผู้พิการ 913 ราย โดยปี 2550 เป็นปีที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 892 ราย ขณะที่ปี 2563 มีผู้เสียชีวิตต่ำสุด 36 ราย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเกิดเหตุรุนแรงเป็นระยะ ล่าสุดเกิดเหตุลอบยิง  ส.ส.พรรคประชาชาติ เขต 5 จังหวัดนราธิวาส ในคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 และเหตุสังหารนายมนชัย จิตกมลกานต์ ปลัดอำเภอจะแนะ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็น “บทเรียนราคาแพง” ของทุกฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญความสูญเสียอย่างยาวนาน การเสวนาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการย้อนมองอดีต แต่เป็นการร่วมกันแสวงหาแนวทางสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านความมั่นคง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่พูดคุย รวมถึงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายส่งต่อไปยังฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

“สันติสุขจะเกิดขึ้นได้ ประชาชนต้องอิ่มท้อง ได้รับความเป็นธรรม และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงจะยิ่งสร้างสงคราม แต่หากใช้สันติวิธีและการพูดคุย ก็จะนำไปสู่การพัฒนาในทางที่ดีได้เสมอ” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว

พล.อ.เกรียงไกร ยังสะท้อนว่า ปัญหาสำคัญที่ผ่านมา คือการขาดเอกภาพและความต่อเนื่องในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน จึงเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อน “ยุทธศาสตร์ที่มีหัวใจ” เพื่อให้การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความเข้าใจตรงกันในทุกระดับของการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังให้ความสำคัญกับแนวคิด “พื้นที่ปลอดภัย” (Safety Zone) และ “พื้นที่พูดคุย” (Dialogue Space) ในฐานะกลไกสำคัญในการลดความรุนแรง สร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน และส่งเสริมกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดงาน แสดงความคาดหวังว่า ข้อเสนอจากเวทีเสวนาครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ   และ  เพื่อกำหนดมาตรการและยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่ความปลอดภัยและสันติสุขอย่างยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

“ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานเพียงใด ผมเชื่อมั่นว่าสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน” พล.อ.เกรียงไกร กล่าวทิ้งท้าย

.

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts